2. เกาะกระดาน

10 เกาะในภาคใต้ ที่น่าไปสัมผัส

 เกาะกระดาน เป็นเกาะที่สวยที่สุดของทะเลตรัง อยู่ทางด้านตะวันตกของเกาะมุกและเกาะลิบง มีเนื้อที่ 600 ไร่ ซึ่ง 5 ใน 6 ส่วนของเกาะนี้อยู่ในความรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ที่เหลือเป็นของเอกชน โดยเกาะกระดานมีชายหาดที่มีทรายขาวละเอียดและน้ำทะเลใสจนมองเห็นแนวปะการัง ซึ่งเป็นปะการังน้ำตื้น ตลอดจนฝูงปลาหลากสีหลายพันธุ์ บนเกาะมีที่พักบริการทั้งของเอกชนและกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ส่วนการเดินทางสามารถเช่าเรือจากท่าเรือปากเมงหรือท่าเรือเจ้าไหม ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 30 นาที

ทั้งนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานตรัง (ตรัง สตูล) โทรศัพท์ 0 7521 5867, 0 7521 1058

           3. เกาะเหลาเหลียง

10 เกาะในภาคใต้ ที่น่าไปสัมผัส

 เกาะเหลาเหลียง อยู่ในท้องที่อำเภอปะเหลียน ห่างจากแหลมตะเสะ จังหวัดตรัง ประมาณ 18 กิโลเมตร สามารถลงเรือได้จากอำเภอปะเหลียนหรือที่อำเภอกันตังก็ได้ โดยใช้เวลาเดินทางโดยเรือประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที เป็นหนึ่งในหมู่เกาะของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา มีหาดทรายของเกาะหันหน้าสู่ด้านตะวันออก ตามหน้าหาดจะมีปะการังน้ำตื้น บางส่วนโผล่พ้นน้ำขึ้นมาอวดความงามยามเมื่อน้ำลง และด้วยเหตุที่เกาะอยู่ใกล้ปากอ่าวจึงได้รับอิทธิพลของตะกอนจากปากน้ำกันตังและปะเหลียน ทำให้น้ำทะเลไม่ใสนัก จึงไม่เหมาะสำหรับการดำน้ำ คงมีเพียงการเดินเล่นชายหาด ถ่ายรูป ชมปะการังน้ำตื้น แต่ความเงียบสงบก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ดึงดูดนักเดินทางได้เป็นอย่างดี สำหรับที่พักบนเกาะก็มีบริการ เช่น Laoliang Island 

ทั้งนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานตรัง (ตรัง สตูล) โทรศัพท์ 0 7521 5867, 0 7521 1058

           4. เกาะไข่นอก 

10 เกาะในภาคใต้ ที่น่าไปสัมผัส

 ล่องทะเล เที่ยวเกาะสวรรค์ เกาะไข่นอก 

        เกาะไข่นอก เป็นเกาะเล็ก ๆ ตั้งอยู่ในจังหวัดพังงา และอยู่ห่างจากเกาะภูเก็ตไม่มากนัก มีหาดทรายขาวบริสุทธิ์อยู่ด้านหน้าของเกาะ เหมาะแก่การนอนอาบแดด และมีสันทรายเล็ก ๆ เชื่อมต่อไปถึงโขดหินแห่งหนึ่ง บริเวณนี้เป็นจุดที่ดีในการดำน้ำดูปะการังน้ำตื้น ซึ่งมีปะการังมากมายหลากหลายชนิดให้ชม มีปลาสวยงามแหวกว่ายรอให้นักท่องเที่ยวมาให้อาหาร แต่ถ้าใครไม่ได้เตรียมนำอุปกรณ์สำหรับดำน้ำมา บนเกาะมีบริการให้เช่า อีกทั้งบริเวณรอบเกาะสามารถลงเล่นน้ำได้ แต่ต้องคอยระวังคลื่นลมแรงบ้างเป็นบางวัน และสำหรับใครที่คิดจะไปค้างคืนก็สามารถทำได้ แต่บนเกาะไม่มีที่พักไว้บริการ นักท่องเที่ยวที่อยากจะพักแรมต้องนำเต็นท์มากางเอง ซึ่งบนเกาะไม่มีน้ำจืดให้ ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวชอบที่จะไปตื่นตาตื่นใจชมความสวยของเกาะไข่นอกเพียงแค่ประมาณ 3-4 ชั่วโมงเท่านั้น

ทั้งนี้ จากจังหวัดพังงาสามารถเหมาเรือจากท่าเรือโล๊ะจากเกาะยาวใหญ่ ใช้เวลาเดินทาง 30 นาที และจากจังหวัดภูเก็ตสามารถซื้อทัวร์ได้จากบริษัทนำเที่ยว หรือเช่าเรือได้จากท่าเรือเกาะสิเหร่ ท่าเรือแหลมหิน หรืออ่าวฉลอง ใช้เวลาเดินทาง 20 นาที

             5. เกาะพยาม 

10 เกาะในภาคใต้ ที่น่าไปสัมผัส

 เกาะพยาม ระนอง เที่ยวได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง

เกาะพยาม จังหวัดระนอง เป็นเกาะขนาดใหญ่ มีพื้นที่ประมาณ 35 ตารางกิโลเมตร อยู่ใกล้เกาะช้าง โดยมีชาวบ้านอาศัยอยู่บนเกาะประมาณ 160 ครัวเรือน ส่วนใหญ่มีอาชีพทำสวนมะม่วงหิมพานต์ สวนยางพารา และประมงชายฝั่ง กิจกรรมบนเกาะจะมีการตกปลา ขี่จักรยานรอบเกาะ และสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการดำน้ำดูปะการัง เกาะพยามถือเป็นแหล่งดูปะการังที่สมบูรณ์สวยงาม ส่วนทางด้านทิศตะวันออกของเกาะไม่มีหาดทราย แต่มีความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายเลน และมีชาวเล เผ่ามอแกนมาอาศัยอยู่เป็นบางครั้ง ซึ่งบนเกาะพยามมีที่พักบริการนักท่องเที่ยว

การเดินทางสามารถเดินทางโดยเรือหางยาวลงเรือที่ท่าเทียบเรือชาวเกาะ ถนนสะพานปลา (ทางเข้าท่าเทียบเรือติดกับสถานีตำรวจภูธร ตำบลปากน้ำ จังหวัดระนอง) ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง ทั้งนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานชุมพร (ชุมพร ระนอง) โทรศัพท์ 0 7750 1821-2, 0 7750 2775-6

Posted in เกาะน่าเที่ยวภาคใต้ | 1 Comment

1. เกาะตาชัย

เกาะตาชัย
10 เกาะในภาคใต้ ที่น่าไปสัมผัส

เพิ่งมาอย่างเป็นทางการมาได้ไม่กี่ปี แต่ความงดงามของเกาะตาชัยกลับตราตรึงใจใครหลาย ๆ คน จนกลายเป็นเกาะที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดในทะเลอันดามัน โดยเกาะตาชัยได้รับการผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติสิมิลันในปี พ.ศ. 2541  ความงดงามของเกาะตาชัยอยู่ที่น้ำทะเลสีฟ้าใสและหาดทรายที่ขาวบริสุทธิ์ยาวกว่า 700 เมตร ซึ่งเกาะตาชัยเพิ่งเปิดบริการให้นักท่องเที่ยวเมื่อไม่นานมานี้ สภาพธรรมชาติบนเกาะและในทะเลจึงยังคงความสวยงามเป็นธรรมชาติ แม้จะเป็นเกาะเล็ก ๆ แต่ก็มีจุดที่น่าสนใจหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นน้ำทะเลใส และความสมบูรณ์ของปะการัง มีปลาการ์ตูน ปลานกแก้ว ปลาสิงโตฯ

อีกหนึ่งกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดสำหรับการมาเที่ยวเกาะตาชัย คือ การเดินป่าเข้าไปดูปูไก่ เป็นปูน้ำจืดชอบอาศัยอยู่ตามธารน้ำ ลำตัวมีสีแดงสด มีก้ามสีดำเหลือบน้ำเงินเวลาร้องจะมีเสียงคล้ายไก่ แต่เกาะตาชัยไม่มีที่พัก นักท่องเที่ยวต้องเดินทางแบบ one-day trip เท่านั้น และสามารถท่องเที่ยวได้ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-เมษายน

ทั้งนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน โทรศัพท์ 0 7642 1365 และสำนักงานบนฝั่ง โทรศัพท์ 0 7659 5045

Posted in เกาะน่าเที่ยวภาคใต้ | Leave a comment

รวมที่เที่ยวหน้าหนาว เชียงใหม่

เดิมชื่อดอยหลวง หรือ ดอยอ่างกา เป็นเขตภูเขาขนาดใหญ่ ที่มีทั้งหนองน้ำและน้ำตกมากมาย และยังมียอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย (2,559 เมตร) เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งพาดผ่านมาจากประเทศเนปาล ภูฏาน พม่า และมาสิ้นสุดลงที่ประเทศไทยในจุดนี้

ผ่านทางรวมที่เที่ยวหน้าหนาว เชียงใหม่.

Posted in Uncategorized | Leave a comment

รวมที่เที่ยวหน้าหนาว เชียงใหม่

ลมหนาวกำลังจะมาเยือน ฤดูเหมันต์ปีนี้จะไปเที่ยวที่ไหนกันดี Skyscanner มีสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองไทยมาแนะนำ เป็นทริปไปเที่ยวชมธรรมชาติ ชมดอกไม้บานหน้าหนาว ที่สำคัญสบายกระเป๋า และความสวยงามก็ไม่แพ้ไปชมดอกไม้บานในต่างประเทศเลย เที่ยวเมืองไทย ไม่ไปไม่รู้ ไปแอ่วเมืองเหนือ เชียงใหม่ กันดีกว่า

ผ่านทางรวมที่เที่ยวหน้าหนาว เชียงใหม่.

Posted in Uncategorized | Leave a comment

ภูชี้ฟ้า

ท่องทะเลหมอก บนยอดภูชี้ฟ้า

ท่องทะเลหมอก บนยอดภูชี้ฟ้า

ภูชี้ฟ้า

ภูชี้ฟ้า

ภูชี้ฟ้า

ภูชี้ฟ้า

ภูชี้ฟ้า

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ ผู้จัดกิน

เมื่อย่างเข้าสู่ฤดูหนาว ก็เหมือนเข้าสู่ฤดูกาลแห่งการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการหลั่งไหลของผู้คนสู่ตอนบนของประเทศ สถานที่ท่องเที่ยวตามดอยและอุทยานต่าง ๆ ดูจะเย้ายวนเหล่าบรรดานักท่องเที่ยวมากที่สุด ว่าไหมคะ …. ดังนั้น วันนี้เลยขอเอาใจนักชอบเที่ยวทั้งหลาย พาไปท่องเที่ยวที่ “ภูชี้ฟ้า” รับรองว่าไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน เพราะทะเลหมอกที่ภูชี้ฟ้าน่ะชนะเลิศ ทั้งบรรยากาศและธรรมชาติที่สวยงามจับใจ ราวกับภาพวาดเชียวหละ.. คอนเฟิร์ม!!! ว่าแล้วก็ไปท่องแดนแห่งขุนเขา และสายหมอกที่ภูชี้ฟ้ากันเลย….

 ภูชี้ฟ้า เป็นยอดเขาสูงที่สุดในเทือกเขาดอยผาหม่น  ติดชายแดนไทย – สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว อยู่ในพื้นที่เขตอำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ มีเอกลักษณ์ทางธรรมชาติด้วยลักษณะหน้าผาปลายยอดแหลม เป็นแนวยาวที่ชี้ไปบนฟ้า ทางฝั่งประเทศลาว จึงเป็นที่มาของชื่อเรียกว่า “ภูชี้ฟ้า” นั่นเอง ด้านที่ติดสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว นับเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุด ทั้งนี้ กรมป่าไม้ได้มีคำสั่งให้จัดตั้ง “ภูชี้ฟ้า” เป็นวนอุทยาน เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2541 ด้วยเนื้อที่ประมาณ 2,500 ไร่ สูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 1,200 เมตร ถึง 1,628 เมตร

ภูชี้ฟ้า
ภูชี้ฟ้า

   สำหรับไฮไลท์สำคัญของ ภูชี้ฟ้า ต้องยกให้จุดชมวิวทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงาม อีกทั้งทิวทัศน์ของภูเขาสลับซับซ้อนดูกว้างไกล โดยในตอนเช้าจะมีทะเลหมอกปกคลุมในหุบเขาเบื้องล่าง มีพระอาทิตย์ขึ้นผ่านพ้นทะเลหมอก ท่ามกลางทุ่งหญ้า แซมด้วยทุ่งดอกโคลงเคลง (ในช่วงฤดูฝนไปจนถึงฤดูหนาว) สวยงามราวกับภาพวาด อย่าบอกใครเชียว!!!

และหากรอจนสายหมอกถูกความร้อนระเหยหมดแล้ว ก็ยังคงมองเห็นสายน้ำโขงไหลคดเคี้ยว ท่ามกลางป่าไม้ของฝั่งลาวที่เขียวสุดสมบูรณ์อีกด้วย หากมาเที่ยวภูชี้ฟ้า ในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม เส้นทางขึ้น ภูชี้ฟ้า จะผ่านป่าซากุระหรือต้นพญาเสือโคร่งสีชมพูสวยงามมากอีกเช่นกัน

  อ๊ะ..อ๊ะ..แต่ถ้าหากว่าใครคิดจะไปยลโฉมทะเลหมอกที่ภูชี้ฟ้าล่ะก็ ขอบอกว่าต้องขยันหน่อยนะจ๊ะ เพราะที่พักจะตั้งอยู่บริเวณเชิงภู ซึ่งห่างจากจุดชมวิวประมาณ 1.5 กิโลเมตร ดังนั้น จึงควรขึ้นไปยอดภูตั้งแต่ฟ้ายังมืด ประมาณตีห้า น่าจะกำลังเหมาะ เพราะเมื่อฟ้าเริ่มสว่างจะทำให้เห็นสายหมอกค่อย ๆ ก่อตัวเป็นภาพต่าง ๆ ดูสวยงามราวกับมีช่างวาดฝีมือมาแต่งแต้ม สร้างความประทับใจมิรู้ลืม

ภูชี้ฟ้า

ภูชี้ฟ้า

นอกจากนี้ เสน่ห์ของ “ภูชี้ฟ้า” ยังคงมีบรรยากาศเมืองเหนือเหมือนอุทยานและดอยอื่น ๆ มีหมู่บ้านชาวเขา บริเวณตีน ภูชี้ฟ้า เป็นบรรยากาศของการท่องเที่ยว มีที่พักขนาดเล็กๆ หลายแห่งให้เลือกใช้บริการ ดำเนินงานโดยชาวเขาบ้างชาวเราบ้าง และที่บริเวณบ้านเช็งเม้งก่อนขึ้นสู่ตีนภูชี้ฟ้า เป็นหมู่บ้านชาวม้ง หากมาเยือนภูชี้ฟ้า ในช่วงปีใหม่ยังจะได้ชมงานปีใหม่ ที่ชาวม้งจะแต่งตัวม้งครบถ้วนทั้งหญิงและชาย จุดเด่นของงาน คือ การโยนลูกช่วงหรือลูกหินระหว่างหนุ่ม – สาว

สำหรับภูมิอากาศบนภูเขา จะค่อนข้างเย็นแต่ฤดูกาลจะเป็นแบบมรสุมเมืองร้อน โดยได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ในช่วงฤดูฝน และลมตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงฤดูหนาว แบ่งเป็น 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคม และฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์

อย่างไรก็ตาม “ภูชี้ฟ้า” เป็นดอยเดียวที่ชื่อว่า “ภู” ทั้งที่ตามจริงแล้วจะต้องชื่อว่า “ดอยชี้ฟ้า” ตามคำเรียกของทางเหนือ แต่ว่า ภูชี้ฟ้า เป็นชื่อที่คนต่างถิ่นไปตั้งชื่อ จึงเรียกว่า “ภู”  ในสมัยก่อนพื้นที่ของ ภูชี้ฟ้า เป็นแดนผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ มีการต่อสู้ทางอาวุธและแนวความคิดที่รุนแรงแห่งหนึ่งของประเทศไทย ครั้นเมื่อลัทธิคอมมิวนิสต์ล่มสลายไป เริ่มมีผู้คนเดินทางมาชมธรรมชาติที่นี่ และแล้วชื่อเสียงของภูชี้ฟ้าก็ขจรขจายไปอย่างรวดเร็ว

  สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง

ดอยผาตั้ง อยู่ห่างจากภูชี้ฟ้าไปประมาณ 24 กิโลเมตร ในเขตบ้านผาตั้ง อำเภอเวียงแก่น เมื่อชมทะเลหมอกยามเช้าที่ ภูชี้ฟ้า แล้ว ช่วงบ่ายจึงเหมาะที่จะไปเที่ยว ดอยผาตั้ง สิ่งที่น่าดูของ ดอยผาตั้ง คือ ทิวทัศน์ที่มองเห็นแม่น้ำโขงที่กั้นพรมแดนไทย-ลาว ทิวทัศน์สุดสายตากับป่าเขียว ๆ บริเวณทางขึ้นสู่ผาตั้งยังมีผาบ่องลักษณะเป็นช่องหินขนาดใหญ่ ขนาดคนเดินผ่านได้ มองเห็นทิวทัศน์ของลาวได้สวยงามเช่นกัน

การเดินทางไปยังดอยผาตั้ง สามารถใช้เส้นทางหลวงจังหวัดสาย 1093 และจากดอยผาตั้งยังสามารถเดินทางต่อไปยังอำเภอเชียงของ อำเภอเชียงแสน และอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงรายได้อีกด้วย

  ค่าธรรมเนียมการเข้าอุทยานแห่งชาติ

ผู้ใหญ่ คนละ 20-80 บาท (ขึ้นอยู่กับอุทยานฯ)

เด็ก คนละ 10-40 บาท (ขึ้นอยู่กับอุทยานฯ)

 กรณีเป็นเด็กอายุต้องต่ำกว่า 14 ปี แต่ถ้าอายุต่ำกว่า 3 ปี จักไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียม

 กรณีเป็นนักเรียน นิสิต นักศึกษา ให้เก็บค่าธรรมเนียมในอัตราสำหรับเด็ก

ภูชี้ฟ้า
  การเดินทาง

ทางรถยนต์

ภูชี้ฟ้าอยู่ห่างจากอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ประมาณ 144 กิโลเมตร การเดินทางจากอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ไปยังภูชี้ฟ้าได้ตามแนวเส้นทางดังนี้

1. การเดินทางจากจังหวัดเชียงรายระยะทางประมาณ 108 กิโลเมตร โดยใช้เส้นทางเชียงราย – เทิง ระยะทาง 64 กิโลเมตร และจากเทิง – ปางค่า ระยะทาง 24 กิโลเมตร จากนั้นเป็นลูกรังถึงภูชี้ฟ้าระยะทาง 19 กิโลเมตร

2. ใช้เส้นทาง 1021 เทิง – เชียงคำ ระยะทาง 27 กิโลเมตร ก่อนถึงเชียงคำ 6 กิโลเมตร มีทางแยกไปวนอุทยานน้ำตกภูซาง (1093) บ้านฮวก อีก 19 กิโลเมตร แล้วเดินทางไปภูชี้ฟ้าอีก 30 กิโลเมตร แล้วเดินทางเท้าต่ออีก 1 กิโลเมตร จึงจะถึงจุดชมวิว ทางเดินเท้ามีความสูงชันมาก

ทางรถโดยสาร

จากสถานีขนส่งเชียงราย มีรถโดยสารไปยังภูชี้ฟ้าและดอยผาตั้ง รถออกเวลา 12.30 น. รายละเอียดติดต่อ บ.สหกิจ โทร 0-5371-1654

 สอบถามรายละเอียด-ข้อมูลการเดินทาง

วนอุทยานภูชี้ฟ้า ไม่มีบ้านพักหรือค่ายพักแรมบริการแก่นักท่องเที่ยว หากนักท่องเที่ยวมีความประสงค์จะไปพักแรม ต้องนำเต็นท์ไปกางเอง โดยทางวนอุทยานได้จัดสถานที่ไว้ให้พร้อมกับห้องสุขา ส่วนเรื่องอาหารต้องจัดเตรียมไปเอง ทั้งนี้ ต้องไปติดต่อขออนุญาตใช้สถานที่กับเจ้าหน้าที่หัวหน้าวนอุทยานภูชี้ฟ้าโดยตรง รายละเอียดสอบถามได้ที่สำนักบริหารจัดการในพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 จังหวัดเชียงราย โทร. (053) -714914 หรือฝ่ายจัดการวนอุทยาน สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 โทร. 0-25614292 -3 ต่อ 719

 เบอร์โทรศัพท์สำคัญ

องค์การบริหารส่วนตำบลตับเต่า อำเภอเทิง โทร. 08 1724 0052 (นายกฯ 08 6189 4611)

วนอุทยานภูชีฟ้า (หัวหน้าฯ 08 1883 4510) เอาเต้นท์มาเองกลางฟรี บริเวณที่จุดจอดรถบนภูชี้ฟ้า หากเช่าเต้นท์ 250 บาทต่อเต้นท์ (2 คน)

เกษตรที่สูงผาหม่น 053-918555 (ฤดูท่องเที่ยวติอต่อช่วงเช้ากับเย็น-ช่วงกลางวันออกพื้นที่)

ศูนย์ส่งเสริมการเกษตรที่สูง (ห้วยสัก) 053-711402

ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อ.เทิง ที่ว่าการ อ.เทิง โทร.053-795345

สำนักงาน ททท. ภาคเหนือ เขต 2 โทร. 053-744674-5, 053-717433 โทรสาร 053-717434

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ภูชี้ฟ้า จังหวัดเชียงราย น่าจะเป็นช้อยส์ดีๆ สำหรับทริปแอ่วเหนือ ใช่ไหมล่ะ

Posted in ดอยน่าเที่ยวภาคเหนือ | Leave a comment

ทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอ

ทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอ

เมื่อฤดูหนาวเข้ามาเยือนเมืองแม่ฮ่องสอน ทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอจะบานสะพรั่งดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามา เยือน และชมความงดงามของ ท้องทุ่งที่เต็มไปด้วยสีเหลืองส้มปกคลุมเต็มเทือกเขา ทุ่งบัวตองอยู่ในเขต บ้านสุรินทร์ ต.ยวมน้อย อ.ขุนยวม มีพื้นที่ครอบคลุมบริเวณประมาณ 1,000 ไร่ และจะบานสะพรั่งในช่วงเดือน พฤศจิกายน- ต้นเดือนธันวาคม เกือบสุดปลายทางถนน 108 ที่อำเภอขุนยวมในฤดูหนาวนักท่องเที่ยวสามารถ เที่ยวชมทุ่งดอกบัวตองบาน ทุ่งดอกบัวตองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งมีให้ชมเพียงปีละครั้งเท่านั้น
ทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอ
ทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอ ห่างจากที่ทำการอำเภอขุนยวม 25 กิโลเมตร เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอีก แห่งหนึ่งของจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีลักษณะเป็นทิวเขาเขียวสูงขึ้นสลับด้วยทิวทุ่งดอกบัวตอง เหลืออร่ามทั่วพื้นเขา มีพื้นที่ประมาณ 500 กว่าไร่ เมื่อเดินขึ้นไปยังดอยแม่อูคอแล้ว นักท่องเที่ยวสามารถชมวิวได้ทั่ว มีศาลาชมวิวที่ สร้างขึ้นไว้รองรับนักท่องเที่ยวอยุ่หลายแห่ง ซึ่งจากศาลาชมวิวสามารมองเห็นทุ่งดอกบัวตองได้ 360 องศา นอกจากนี้ในระหว่างทา่งชมทุ่งดอกบัวตอง ตรงจุดพักรถข้างทางใกล้หมู่บ้านก่อนถึงดอยแม่อูคอประมาณ 2 กิโลเมตรนักท่องเที่ยว
ทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอ ทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอ
ทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอ ทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอ
ทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอ ทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอ
ทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอ ทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอ
ทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอ ทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอ
ทุ่งดอกเสี้ยนฝรั่งระหว่างทางไปดอยแม่อูคอ
ทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอ ทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอ
ทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอ ทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอ
ทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอ ทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอ
ทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอ ทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอ
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง
1.น้ำตกแม่อูคอ
น้ำตกแม่อูคอ ค้นพบเมื่อปี พ.ศ. 2530 ตั้งอยู่บริเวณดอยแม่อูคอ ก่อนถึงทุ่งบัวตองเล็กน้อยมีทางแยกเข้าสู่น้ำตก ประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นน้ำตกชั้นเดียว สูงประมาณ 30 เมตร ตกจากร่องหินขนาดใหญ่ตอนกลางของสายน้ำ มีร่องหินกว้าง สามารถเดินเข้าไปชมน้ำตกได้ ช่วงเวลาที่เหมาะสมคือ ฤดูฝนและฤดูหนาว
2.น้ำตกแม่ยวมหลวง
น้ำตกแม่ยวมหลวงอยู่ห่างจากทุ่งดอกบัวตองประมาณ 11 กิโลเมตร จากตัวเมืองขุนยวมขับรถเลยแยกทางเข้า ดอย แม่อูคอประมาณ 500 เมตรจะถึงทางเข้าน้ำตก น้ำตกแม่ยวมหลวง เป็นน้ำตกสายเล็กๆ สายน้ำไม่สูงมากนัก บริเวณ โดยรอบเป็นโขดหินแวดล้อมด้วยป่าไผ่ ต้องเดินลัดเลาะผ่านป่าไผ่มายังน้ำตก ระยะทางไม่ไกลมากนัก นักท่องเที่ยว ส่วนใหญ่นิยมมาพักผ่อน ปิกนิกร่วมกัน เพราะที่นี่บรรยากาศร่มรื่นมาก
3.น้ำตกแม่สุรินทร์
หากจากทุ่งดอกบัวตองประมาณ 12 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ประมาณ 220 เมตร ตัวน้ำตกมีเพียงชั้นเดียว ทำให้สายน้ำที่ไหลลงเบื้องล่างดูยิง่ใหญ่และสวยงามมาก สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงที่สวยที่สุด คือ เดือนพฤศจิกายน- เดือนธันวาคม นักท่องเที่ยวสามารถชมความงามของน้ำตกได้ ทั่วจาก บริเวณจุดชมวิวซึ่งทางอุทยานฯน้ำตกแม่สุรินทร์ได้จัดไว้ให้ หรืือสามารถสัมผัสตัวน้ำตกอย่างใกล้ชิด ก็สามารถ เลือกเดินป่าศึกษาธรรมชาติ สามารถติดต่อได้ที่หน่วยพิทักษ์อุทยานฯน้ำตกแม่สุรินทร์ โทร 053 612 993
081 724 7275
การเดินทางไปทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอ
1 โดยรถยนต์ส่วนตัว
เส้นทางแรก จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ขับรถไปตามทางหลวงหมายเลข 108 บริเวณหลักิโลเมตร ที่ 201ให้เลี้ยว แยกไป ตามทางหลวงหมายเลข 1263 ไปประมาณ 12 กิโลเมตร ให้แยกเข้าถนนสายบ้านนางิ้ว-บ้านหัวฮะ ไปอีก 14 กิโลเมตรก็จะถึงดอยแม่อูคอ เส้นทางที่สอง จากอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ขับรถตามทางหลวง 1263 (แม่แจ่ม-ขุนยวม) ถึงทางแยกเข้าบ้านนางิ้วบ้านหัวฮะ ระยะทางประมาณ 76 กิโลเมตร แล้วแยกเข้าไปอีก 14 กิโลเมตร ถึงดอยแม่อูคอ
เรื่องราวและบทความที่เกี่ยวข้อง
  • อีกครั้งกับเมืองปาย

บทความและเรื่องราวท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอน

สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเที่ยวแม่ฮ่องสอน
Posted in ดอยน่าเที่ยวภาคเหนือ | Leave a comment

ดอยสุเทพ

วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร

ดอยสุเทพ

ดอยสุเทพไม่เพียงแต่เป็นที่ตั้งของวัดพระบรมธาตุดอยสุเทพ ปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ และพระตำหนัก ภูพิงค์ราชนิเวศน์ที่ประทับช่วงฤดูหนาวของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทว่าดอยสูงแห่งนี้ยังสมบูรณ์ด้วยสภาพ ธรรมชาติทั้งพืชพรรณและสัตว์ป่า โดยเฉพาะนก ประกอบกับการเดินทางเข้าถึงสะดวก เพราะเชิงดอยอยู่ห่างจาก ตัวเมืองเชียงใหม่เพียง 6 กิโลเมตร และบนเส้นทางขึ้นสู่ยอดดอยประมาณ 16 กิโลเมตร ก็มีสถานที่ท่องเที่ยว ต่างๆ ให้เที่ยวชมได้ตลอด ดอยสุเทพ เดิมชื่อว่า “ดอยอ้อยช้าง” สำหรับดอยสุเทพที่เรียกกันในปัจจุบันนี้เป็น ชื่อที่ได้มาจาก “พระฤาษีวาสุเทพ” ซึ่งเคยบำเพ็ญตบะอยู่ที่เขาลูกนี้เมื่อพันกว่าปีมาแล้ว
สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
1.อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย
นักบุญแห่งล้านนา ซึ่งเป็นบุคคลแรกที่บุกเบิกสร้างถนนขึ้นไปบนดอยสุเทพ เมื่อปี พ.ศ.2477 ในสมัยก่อนการขึ้น ไปนมัสการพระธาตุดอยสุเทพนั้น เป็นเรื่องที่ยากลำบากเหลือเกิน เพราะไม่มีถนนสะดวกสบายเหมือนปัจจุบัน ทางเดินก็แคบๆ และ ไม่ราบเรียบ ต้องผ่านป่าเขาลำเนาไพร และปีนเขาต้องใช้เวลายาวนานถึง 5 ชั่วโมงกว่าจนมี คำกล่าว ขานกันทั่วไปในสมัยนั้นว่า ถ้าไม่มีพลังบุญและศรัทธาเลื่อมใสจริงๆ ก็จะไม่มีโอกาสได้กราบไหว้พระธาตุ ดอยสุเทพ พระครูบาศรีวิชัย ขณะที่จำพรรษาอยู่ที่วัดศรีโสดา เริ่มชักชวนประชาชนสร้างทางจากเชิงดอยถึง วัดพระธาตุดอยสุเทพ รวมระยะทางประมาณ 11 กิโลเมตร โดยใช้เวลาสร้างประมาณ 6 เดือน ต่อมา ชาวเชียงใหม่ จึง ได้สร้างอนุสาวรีย์ ์์พระครูบาศรีวิชัยไว้เป็นอนุสรณ์สถานเพื่อสักการบูชาสืบไป ใกล้กับอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย สามารถเดินไปเยี่ยมชม น้ำตกห้วยแก้วระยะทางประมาณ 300 เมตร และฝั่งตรงข้ามอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย เป็นที่ ตั้งที่ทำการอุทยานแห่่งชาติดอยสุเทพ-ปุย
2.วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร
พระธาตุประจำปีเกิดปีมะแม เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่มีความสำคัญทางศาสนาและประวัติศาสตร์ของนครเชียงใหม่ ตั้งอยู่บนดอยสุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.1927 มีบันไดนาคทอดยาวขึ้นไปสู่วัด 306 ขั้นภายใน วัดเป็นที่ประดิษฐานขององค์เจดีย์ ทรงมอญ ที่ใต้ฐานพระเจดีย์มีพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธ เจ้าบรรจุอยู่ วัดพระธาตุดอยสุเทพมีชื่อ เต็มว่า “วัดพระบรมธาตุดอยสุเทพวรวิหาร” ซึ่งจัดได้ว่าเป็นปูชนียสถานที่ แสดงออกถึงศิลปกรรมล้านนาไทยที่สำคัญ คู่เมืองเชียงใหม่ รอบองค์พระบรมธาตุ ประกอบด้วยสิ่งสำคัญ 5 ประการ ได้แก่
1. ฉัตร 4 มุม ทำด้วยทองเหลือง สร้างโดยพระเจ้ากาวิละ กษัตริย์ผู้ครองนครเชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ. 2348 มีความ หมายว่า ฉัตรเป็นสัญลักษณ์ของความร่มเย็น ซึ่งแสดงให้ถึงความสงบร่มเย็นที่ได้รับอิทธิพล มาจาก พระพุทธ ศาสนาที่แผ่ไปในทั้ง 4 ทิศ
2. สัตติบัญชร หรือ รั้วหอก ที่อยู่รอบพระธาตุ ซึ่งมีที่มาจากเหตุการณ์แบ่งพระบรมสารีริกธาตุของโทณพราหมณ์
เมื่อภายหลังการถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ เนื่องจากเกิดเหตุการณ์แย่งพระบรมสารีริกธาตุของเมืองต่างๆ เพื่อนำไปไว้บูชาประจำเมือง โทณพราหมณ์จึงทำหน้าที่แบ่ง โดยให้ทหารถือหอกรอบล้อมพระบรมสารีริกธาตุไว้ เพื่อป้องกันการแย่งชิง จึงเป็นที่มาของรั้วหอกรอบพระบรมธาตุ
3. หอยอ ลักษณะเหมือนวิหารขนาดเล็ก ประจำอยู่ 4 ด้าน ของพระบรมธาตุ ภายในมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่มีความหมายถึงการบูชาหรือสรรเสริญคุณของพระพุทธเจ้า (ยอคุณ)
4. หอท้าวโลกบาล ซึ่งเป็นหอยอดแหลมขนาดเล็ก ประจำอยู่ 4 มุมของพระบรมธาตุ หมายถึง ที่ประดิษฐาน
ของท้าวโลกบาลทั้ง 4 ซึ่งเป็นเทพที่ปกปักรักษาสิ่งสำคัญต่างๆ 4 ทิศ ทำหน้าที่รักษาพระบรมธาตุ ได้แก่
– ท้าวกุเวร หรือท้าวเวสสุวรรณ มียักษ์เป็นบริวาร ทำหน้าที่เฝ้ารักษาทิศเหนือ
– ท้าวธตรัฐ มีพวกคนธรรพ์เป็นบริวาร ทำหน้าที่รักษาทิศตะวันออก
– ท้าววิรูฬปักข์ มีฝูงนาคเป็นบริวาร ทำหน้าที่รักษาด้านทิศตะวันตก
– ท้าววิรุฬหก มีอสูรเป็นบริวาร ทำหน้าที่รักษาด้านทิศใต้
 5. ไหดอกบัว หรือ ปูรณะฆะฏะ (ปูรณะ แปลว่า เต็ม,สมบูรณ์, ฆฏะ แปลว่า หม้อ) แปลว่า หม้อที่แสดงถึงความ สมบูรณ์ ซึ่งหมายถึงความเจริญรุ่งเรื่องของพระพุทธศาสนาในล้านนาไทย นอกจากนี้พระธาตุดอยสุเทพยัง เป็น จุดชมวิว ที่สามารถมองเมืองเชียงใหม่ได้เกือบทั้งเมืองโดยเฉพาะในยาม ค่ำคืนที่จะมองเห็นแสงไฟนับ หมื่นดวง ท่ามกลางความมืดของกาลเวลา เป็นภาพที่สวยงามน่าจดจำเป็นอย่างยิ่ง และและก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่นักท่องเที่ยว ไม่พลาดที่จะถ่ายรูปคู่กับทิวทัศน์เมืองเชียงใหม่ในเบื้องล่างเพื่อเก็บภาพไว้เป็น ความทรงจำอันน่าประทับใจไม่ว่า จะเป็นช่วงเช้า สาย บ่าย เย็น หรือกลางคืน ที่นี่ก็สร้างความอิ่มใจให้กับนักท่องเที่ยวทุกคนเป็นอย่างมาก
ประเพณีเดินขึ้นนมัสการพระธาตุดอยสุเทพ
กำหนดงาน
วันวิสาขบูชา ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6พระครูบาศรีวิชัยได้เปรียบการเดินทางขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพ ไว้ว่า เป็นเสมือนการเดินทาง ไปสู่การตรัสรู้เป็นพระอรหันต์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยเปรียบเทียบ วัดพระธาตุดอยสุเทพ คือวัดอรหันตาลักษณะการเดินทาง จะเดินด้วยเท้า ถือประทีปธูปเทียนเป็นริ้วขบวน ประกอบด้วย พระสงฆ์เดิน นำหน้าสวดมนต์ และประชาชนเดิน ตามหลัง โดยเริ่มขบวนณ วัดศรีโสดา หรือบริเวณ อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย แล้วเดินทางขึ้นไปนมัสการ วัดพระธาตุดอยสุเทพ หลังจากนั้นก็ บำเพ็ญศีล วิปัสสนา ทำบุญตักบาตร ในเช้าวันรุ่งขึ้น แล้วจึงเดินทางกลับ จึงถือว่าได้อานิสงส์แรงหรือ ได้ทำบุญมากนั่นเอง
การเดินทางเข้าชมพระธาตุดอยสุเทพมี 2 ทาง คือ
– บันใดนาค เป็นสัญลักษณ์สำคัญแห่งหนึ่งของวัดพระธาตุดอยสุเทพ มีความงดงามทางด้านศิลปะที่ทรงคุณค่า และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ นักท่องเที่ยวผู้มานมัสการพระบรมธาตุ มักจะต้องถ่ายภาพเป็นที่ระลึกที่ด้าน ของ บันใดนาคซึ่งมีทัศนียภาพงดงามและมีเสน่ห์เมื่อมองขึ้นไปตามขั้นใด นักท่องเที่ยวที่มาเยือนครั้งแรกมัก จะเดินขึ้น-ลง ลงบันใดนาคเสมอสามารถเดินทางขึ้น-ลง ได้ตลอดทั้งวัน แต่จะมีการตั้งด่านตรวจของอุทยานฯ ตั้งแต่เวลา 20.00 – 06.00 น.
– รถรางไฟฟัาเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 06.00 – 18.00 น. ในราคาขึ้น-ลง คนละ 20 บาท(สำหรับคนไทย) และ 50
บาท (สำหรับชาวต่างชาติ) หากเดินทางไปหลังเวลา 18.00 น. ต้องขึ้นทางบันไดเท่านั้นพระธาตุเท่านั้น ข้อมูล เพิ่มเติม http://www.doisuthep.com
พระธาตุดอยสุเทพ พระธาตุดอยสุเทพ
พระธาตุดอยสุเทพ พระธาตุดอยสุเทพ
พระธาตุดอยสุเทพ พระธาตุดอยสุเทพ
5. พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์
เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงในด้านความสวยงาม และมีความสำคัญยิ่ง คือ เป็นที่ประทับแปรพระราชฐานของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมราชินีนาถและพระบรมวงศา นุวงศ์ พระตำหนักแห่งนี้ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2503 บริเวณใกล้ดอยบวกห้า ลักษณะเป็นแบบสถาปัตยกรรมไทย ภายใน บริเวณพระตำหนักได้รักษา สภาพธรรมชาติไว้ รวมทั้งมีการปลูกพันธุ์ไม้ดอกชนิดต่างๆ ไว้อย่างสวยงาม พระตำหนักนี้ อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ประมาณ 4 กิโลเมตร และเปิดให้ประชาชน เข้าชมได้ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ทั้งนี้จะต้องเป็นช่วงเวลาที่มิได้เสด็จแปรพระราชฐานไปประทับ ซึ่งปกติจะปิดในช่วงเวลา ตั้งแต่ประมาณกลางเดือนธันวาคม-ต้นเดือนมีนาคม
ข้อมูลเพิ่มเติม
– เปิดจำหน่ายบัตรเข้าชม 2 ช่วงเวลา ได้แก่ ช่วงเช้า (08.30 – 11.30 น.) และช่วงบ่าย (13.00 – 15.30 น.) และปิดพระตำหนักฯ เวลา 16.30 น. อัตราค่าธรรมเนียมเข้าชม สำหรับชาวไทย 20 บาท ชาวต่างชาติ 50 บาท
– มีรถเล็กคอยให้บริการนักท่องเที่ยวเพื่อชมความสวยงามของพระตำหนักโดยรอบ เที่ยวละ 250 บาทนั่งได้ 4-5 คน
– ช่วงเดือน ม.ค. – มี.ค. งดเข้าชมเนื่องจากเป็นช่วงแปรพระราชฐาน
สนใจข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูได้ที่ http://www.bhubingpalace.org
พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์
พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์
พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์
6. บ้านม้งดอยปุย
บ้านม้งดอยปุย ตั้งอยู่หมู่ที่ 11 ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ มีจำนวนประชากรประมาณ 747 คน (ข้อมูลเมื่อปี 2550) ซึ่งราษฎรส่วนมาก ประกอบอาชีพค้าขาย และบางส่วน ทำการเกษตร ภานใน หมู่บ้านมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายอย่าง ได้แก่ บ้านม้งดอยปุย บ้านม้งดอยปุย ตั้งอยู่หมู่ที่ 11 ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ มีจำนวนประชากรประมาณ747 คน (ข้อมูลเมื่อปี 2550) ซึ่งราษฎรส่วนมาก ประกอบอาชีพค้าขาย และบางส่วน ทำการเกษตร ภานในหมู่บ้านมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ หลายอย่าง
บ้านม้งดอยปุย บ้านม้งดอยปุย
บ้านม้งดอยปุย บ้านม้งดอยปุย
บ้านม้งดอยปุย
บ้านม้งดอยปุย
2. น้ำตกห้วยแก้ว
เกิดขึ้นในลำห้วยแก้ว อยู่บริเวณเชิงดอยใกล้ทางขึ้นดอยสุเทพ และเหนือน้ำตกห้วยแก้วขึ้นไปเล็กน้อยจะเป็น วังบัวบาน เป็นสถานที่ที่กล่าวถึงตำนานรักอันอมตะที่ลือชื่อของสาวเหนือ มีความสวยงามมาก
3. น้ำตกมณฑาธาร
น้ำตกมณฑาธารหรือน้ำตกสันป่ายาง เป็นน้ำตกที่สวยงามแห่งหนึ่งในเขตอุทยานฯ สูงกว่าระดับน้ำทะเล 730 เมตรมีทั้งหมด 9 ชั้น โดยมีน้ำตกไทรย้อย เป็นน้ำตกชั้นสูงสุด ที่ไหลมาจากห้วยคอกม้า แล้วไหลไปสมทบกับ น้ำตก มณฑาธาร ผ่านผาเงิบ วังบัวบาน น้ำตกห้วยแก้ว ก่อนจะไหลลงสู่แม่น้ำปิง ที่มาของน้ำตกนั้นมาจาก ต้นมณฑา ซึ่งเป็นไม้ยืนต้น ดอกสีขาว ใบใหญ่ สีเขียวจัด เห็นได้ทั่วไปตามข้างทาง ลักษณะของน้ำที่ตกลงมา แยกออก เป็น 2 สายเล็กๆ แล้ว ไหลลงสู่แอ่ง ก่อนจะผ่านลานหินลงไปชั้นที่ 1 อยู่ห่างจากน้ำตกห้วยแก้วประมาณ 3 กิโลเมตร
7. สันกู่
มื่อ ปีพ.ศ.2526 หน่วยศิลปากรที่ 4 เชียงใหม่ ได้ขุดแต่งบูรณะซากโบราณสถานสันกู่ การทำงานในครั้งนั้น เป็น ไปตามพระประสงค์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงทราบฝ่าละอองพระบาทว่า โบราณสถานแห่งนี้ถูกขุดทำลายเป็นเวลานานแล้วสมควรให้กรมศิลปากรสำรวจและบูรณะให้อยู่ในสภาพที่ดีต่อไป นับเป็นพระมหา กรุณาธิคุณต่อการศึกษาประวัติศาสตร์และโบราณคดี สภาพก่อนการขุดแต่ง เป็นเนินโบราณ สถานที่มีต้นไม้หนาแน่นเมื่อขุดลอกดินที่ทับถมออก พบซากเจดีย์และฐานวิหาร ได้ขุดลอกหลุมที่เกิดจากการ ลักลอบขุดที่ตรงฐานเจดีย์ในระดับความลึก 5.30 เมตร พบโบราณวัตถุในกรุที่สำคัญ ได้แก่ เศียรพระพุทธรูป ศิลปะแบบหริภุญไชยพระพิมพ์ดินเผา ศิลปะแบบหริภุญไชย เศษเครื่องปั้นดินเผาเป็นชิ้นส่วนกระปุกขนาดเล็ก เป็นของจีน สมัยราชวงศ์หมิง (พ.ศ.1911-2187) และการขุดแต่งส่วนอื่น พบเศษเครื่องปั้นดินเผาจากแหล่งเตา สันกำแพง สันนิษฐาน โบราณสถานสันกู่มีอายุระหว่างพุทธศตวรรษที่ 19-22
8. ยอดดอยปุย
ยอดดอยปุย สูง 1,658 เมตร จากระดับน้ำทะเล เป็นจุดสูงสุดของอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย มีอากาศเย็น สบายตลอดทั้งปี บนยอดดอยปกคลุมด้วยป่าสนเขาผืนใหญ่ และเป็นแหล่งดูนกที่น่าสนใจแห่งหนึ่ง ดอยสุเทพ และดอยปุยเป็นถิ่นอาศัยของนกมากกว่า 300 ชนิด เช่น ไก่ฟ้าหลังขาว นกกางเขนน้ำหลังดำ นกศิวะปีกสีฟ้า ฯลฯ ในช่วง ฤดูหนาวยังมีนกอพยพบินย้ายถิ่นเข้ามาอาศัยอีกเป็นจำนวนมาก หลายชนิดเป็นนกหายาก โดยเฉพาะ นกเขน นกจับแมลงสีคราม นกเดินดงอกลาย นกปีกแพรสีม่วง ฯลฯที่พักบนดอยสุเทพ
สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมของบ้านพักได้ที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ – ปุย

การเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวบนดอยสุเทพ

1. รถยนต์ส่วนตัว
สามารถนำรถจักรยาน รถจักรยานยนต์ รถยนต์ส่วนตัว ขับขึ้นไปได้
– จาก อ. เมืองเชียงใหม่ เดินทางโดยรถยนต์ไปตามถนนห้วยแก้ว-มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ผ่านสวนสัตว์เชียงใหม่ และผ่านอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย จากอนุสาวรีย์ฯ ถนนเริ่มขึ้นเขาชันระยะทางประมาณ14 กิโลเมตรผ่านน้ำตก ห้วยแก้ว ถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพวรวิหาร จากนั้นเดินทางต่อไปอีกเล็กน้อยถึงทางแยกด้านขวามือ มีป้ายบอก ทางเข้าที่ทำการ อุทยานฯ
– จากดอยสุเทพประมาณ 4 ก.ม. ไปพระตำหนักภูพิงค์ (รถบัสไม่สามารถเข้าถึงได้และจากจากพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ไปประมาณ 4 กิโลเมตร ไปยังบ้านม้งดอยปุย เส้นทางจะคดเคี้ยว และลาดชันควรขับรถด้วยความ ระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยควรจอดรถทิ้งไว้ที่พระตำหนัก แล้วนั่งรถสองแถวบริการนำเที่ยวพระตำหนัก ภูพิงคราชนิเวศน์ยอดดอยปุย และบ้านม้งดอยปุย จะดีกว่าค่ะ
– การเดินทางไปสันกู่ใช้เส้นทางพระตำหนักภูพิงค์-ยอดดอยปุย ผ่านทางแยกบ้านแม้วไปอีก 3 ก.ม. สภาพถนน เป็นถนนลาดยางแต่ค่อนข้างแคบ ควรขับรถด้วยความระมัดระวัง
– ยอดดอยปุย อยู่ห่างจากพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ประมาณ 7 กิโลเมตร เส้นทางค่อนข้างแคบ และลาดชัน ควรขับรถด้วยความระมัดระวัง ทางขึ้นเลยสันกู่ไปประมาณ 1 ก.ม.
2. รถโดยสารประจำทาง
-จากตัวเมืองียงใหม่นั่งรถโดยสารมาลงหน้าสวนสัตว์เปิดเชียงใหม่ แล้วต่อรถโดยสารนำเที่ยวดอยสุเทพ หรืออาจจะเหมาไปก็ได้ หากไม่ได้เหมาไปรถโดยสารนำเที่ยวจะไปยังจุดที่สำคัญๆ ได้แก่ พระธาตุดอยสุเทพ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ และบ้านม้งดอยปุย หากต้องการไปเที่ยวในจุดอื่นๆ เพิ่มเติ่มสามรถต่อรองกันราคาเพิ่มเติมได้

บทความและเรื่องราวท่องเที่ยวเชียงใหม่

สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่

Posted in ดอยน่าเที่ยวภาคเหนือ | Leave a comment